ฝรั่งเศสเพิ่มคุมเข้มเมืองนีซ หลังคนร้ายแทงประชาชน

รัฐบาลฝรั่งเศสยกระดับมาตรการด้านความมั่นคงในเมืองนีซ หลังเกิดเหตุประชาชนถูกแทงเสียชีวิต 3 ราย ที่โบสถ์ในพื้นที่ โดยหนึ่งในนั้นถูกตัดศีรษะ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 ต.ค.เกี่ยวกับความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน เหตุคนร้ายใช้มีดแทงประชาชน ที่โบสถ์ในเมืองนีซ ริมชายฝั่งทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน เป็นหญิงอายุ 60 ปี สภาพศพ “ชัดเจน” ว่าถูกตัดศีรษะ ชายอายุ 55 ปี มีบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำคอ และหญิงอายุ 44 ปี เสียชีวิตบริเวณร้านอาหารซึ่งอยู่ใกล้กับโบสถ์ โดยสภาพศพมีบาดแผลถูกแทงหลายแห่งตามร่างกายนั้น
 
หน่วยปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติฝรั่งเศส รายงานว่าผู้ก่อเหตุซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากถูกตำรวจยิงเข้าใส่หลายนัดระหว่างทำการจับกุม อ้างอิงจากเอกสารซึ่งออกให้โดยสำนักงานกาชาดของอิตาลี ระบุว่า เป็นชายอายุ 21 ปี เดินทางมากับเรือผู้อพยพ ขึ้นฝั่งที่เกาะลัมเปดูซาของอิตาลี เมื่อเดือนที่แล้ว
 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยึดของกลางจากตัวคนร้าย เป็นกระเป๋าที่ภายในมีพระคัมภีร์ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง มีดความยาว 30 เซนติเมตร ซึ่งพนักงานพิสูจน์หลักฐานเชื่อว่าเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ นอกจากนั้นยังมีมีดอีก 2 เล่มแต่ไม่ได้ใช้ในการก่อเหตุ อนึ่ง ตำรวจยังปฏิเสธเผยชื่อและภาพใบหน้าของคนร้าย แต่สื่อท้องถิ่นหลายแห่งรายงานว่าชื่อ นายบราฮิม อุยซาอุย
 
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีกอย่างน้อยคนหนึ่ง เป็นชายอายุ 47 ปี ต้องสงสัยติดต่อกับคนร้ายก่อนเกิดเหตุ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กันในรูปแบบใด
 
ขณะที่ ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวหลังลงพื้นที่เมืองนีซ เมื่อวันพฤหัสบดี ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “เป็นการก่อการร้าย” เพื่อลดทอนคุณค่าทางสังคมของฝรั่งเศส โดยเฉพาะเสรีภาพ แต่ในเวลาเดียวกันยิ่งเป็นการย้ำว่า ฝรั่งเศส “จะไม่ยอมแพ้” ผู้นำฝรั่งเศสประกาศเพิ่มกำลังทหารลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัยตามโบสถ์และโรงเรียนในเมืองนีซ เป็น 7,000 นาย จากเดิม 3,000 นาย

อนึ่ง เหตุก่อการร้ายที่เมืองนีซครั้งนี้ เกิดขึ้นประมาณ 2 สัปดาห์ หลังคนร้ายฆ่าตัดศีรษะนายซามูเอล ปาตี ครูสอนประวัติศาสตร์ วัย 47 ปี ในเมืองแห่งหนึ่งใกล้กับกรุงปารีส หลังปาตีแสดงภาพการ์ตูนซึ่ง “มีเนื้อหาอ่อนไหวทางศาสนา” ให้นักเรียนดู ทว่าการที่มาครงยืนยันว่า การ์ตูนลักษณะนี้ “เป็นเสรีภาพในการแสดงความเห็น” จุดกระแสต่อต้านฝรั่งเศสครั้งใหญ่ในโลกอาหรับ